
ปรวรรณ รุ่งแสง เคเอฟแอนด์อี แจงครึ่งปีคุณภาพหนี้ต่ำโอกาสทำกำไรดี -มั่นใจธุรกิจยังโตก้าวกระโดดชูพันธมิตร-สาขาดันยอดแนะนำ ลูกค้าใหม่เพิ่ม 53% ขณะที่ครึ่งปีหลังรุดศึกษาตลาดพม่า-ประเทศในภูมิภาครับเออีซี หลังทดลองตลาดไฟแนนซ์เครื่องจักร-รถบรรทุกหนุนลูกค้าไทยรับงานในลาว
นางสาวปรวรรณ รุ่งแสง รองกรรมการผู้จัดการ สายงานกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจ บจก.แฟคเตอรี แอนด์ อีควิปเมนท์ กสิกรไทย หรือKF&E เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า บริษัทประมาณการตัวเลขลีสซิ่งเครื่องจักรทั้งระบบแล้ว พบว่ายังมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องในระยะ 5 ปี (2552-2556) ประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาท ,4.2 หมื่นล้านบาท ,5.2 หมื่นล้านบาท ,6.1 หมื่นล้านบาท และ 7หมื่นล้านบาทตามลำดับ ขณะที่บริษัท KF&E มีการเติบโตแบบก้าวกระโดดจากการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดลีสซิ่งเครื่องจักรจากอันดับ 8 เมื่อสิ้นปี 2553 เป็นอันดับ 5ในต้นปี 2554 โดยมียอดสินเชื่อกว่า 3,000 ล้านบาทจาก 1,700 ล้านบาท และครึ่งแรกของปีนี้มียอดสินเชื่อกว่า 9,000 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 53% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มียอดสินเชื่อคงค้าง 5,900ล้านบาท โดยมีอัตราเติบโตสูงทั้งในส่วนของกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีที่มียอดสินเชื่อต่อรายสำหรับลูกค้าขนาดเล็กตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป และกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ที่มียอดสินเชื่อต่อรายสำหรับลูกค้าขนาดใหญ่ซึ่งบางรายมีวงเงินในหลักหลายร้อยล้านบาท
สำหรับกลุ่มลูกค้าที่มีแนวโน้มการเติบโตสูง ได้แก่ 1.เครื่องจักรในอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ เช่น เครื่อง CNC (เครื่องกลึง เครื่องเจียร เครื่องตัด เครื่องพับ) ,2.เครื่องจักรในอุตสาหกรรมก่อสร้าง เช่น รถขุด รถตัก รถเครน ,3.เครื่องจักรในอุตสาหกรรมขนส่ง เช่น รถบรรทุกขนาดใหญ่ รถพ่วง และ4.เครื่องจักรในอุตสาหกรรมการพิมพ์ เช่น เครื่องพิมพ์ เครื่องตัดกระดาษ เครื่องพับกระดาษ นอกจากนี้ยังให้บริการลีสซิ่งเครื่องจักรประเภทอื่น ๆ อีก เช่น เรือบรรทุกสินค้า เรือโดยสาร รวมถึงอุปกรณ์ไอที-เครื่องมือแพทย์เป็นต้น
ทั้งนี้บริษัทได้ขยายฐานลูกค้าไปยังลูกค้าใหม่ผ่านการขยายช่องทางการขายในส่วนของผู้แทนจำหน่ายเครื่องจักรที่เป็นพันธมิตรทางธุรกิจเพิ่มเป็น 190 ราย จาก 136 ราย ทำให้มียอดการแนะนำลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 50% เมื่อเทียบกับปี 2554 โดยลูกค้าทั้งหมดเป็นลูกค้ากลุ่ม SMEs ซึ่งสามารถแบ่งเป็น 2 กลุ่มย่อยคือ กว่า 80% เป็นกลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการขนาดเล็ก และอีก 20% เป็นกลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการขนาดกลาง
นางสาวปรวรรณ ยังได้กล่าวต่อไปอีกว่า สำหรับแนวทางดำเนินงานช่วงที่เหลือของ บริษัทนั้น จะยังคงมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจตามกลยุทธ์ที่ได้วางไว้เป็นหลัก เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ขององค์กร และแนวทางในการดำเนินธุรกิจให้กับลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย เพื่อขยายฐานลูกค้าด้วยกลยุทธ์หลักในการขยายตลาดเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าครบทุกกลุ่มเป้าหมาย ทั้งในส่วนของกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ และกลุ่มลูกค้า SME ซึ่งจะประกอบไปด้วย 1. นำเสนอผลิตภัณฑ์ลีสซิ่งเครื่องจักรที่มีเงื่อนไข และระยะเวลาเช่าแบบลีสซิ่งที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าครบทุกกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่ลูกค้า SMEs โดยแบ่งเป็นกลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการขนาดเล็กที่มียอดขายต่อปีต่ำกว่า 50 ล้านบาท , กลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการขนาดกลางที่มียอดขายต่อปีตั้งแต่ 50-400 ล้านบาทไปจนถึงกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งแบ่งเป็นกลุ่มลูกค้าธุรกิจที่มียอดขายต่อปีตั้งแต่ 400-5,000 ล้านบาท และกลุ่มลูกค้าสหบรรษัทที่มียอดขายต่อปีมากกว่า 5,000 ล้านบาท 2.ให้บริการลีสซิ่งเครื่องจักรที่สะดวกในการติดต่อเข้าถึงให้กับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายผ่านเครือข่ายของธนาคารกสิกรไทย โดยมีศูนย์บริการธุรกิจกว่า 180 แห่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ และสาขาอีกกว่า 800 สาขา ,3.ให้บริการลีสซิ่งเครื่องจักรหลากหลายครบทุกกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์, อุตสาหกรรมก่อสร้าง, อุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์, อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์, และอุตสาหกรรมพลาสติก เป็นต้น และ 4. นำเสนอเงื่อนไขการให้บริการลีสซิ่งที่แข่งขันได้และมีความยืดหยุ่น โดยเฉพาะลูกค้าขนาดใหญ่ ซึ่งเรียกว่า Structured Deal เช่น การกำหนดค่าเช่าให้สอดคล้องกับกระแสเงินสดของลูกค้า หรือการปรับระยะเวลาของการเช่าให้เหมาะสมกับรายได้และการใช้งานของเครื่องจักร
"ลีสซิ่งเครื่องจักรเป็น 1ผลิตภัณฑ์ของแบงก์กสิกรไทยที่ให้บริการลูกค้าในราคาใกล้เคียงและสอดคล้องกับสินเชื่อประเภทอื่นที่ลูกค้ารายนั้นใช้อยู่ ที่สำคัญเราใช้ทีมสร้างความสัมพันธ์หรืออาร์เอ็มของแบงก์ทุกกลุ่มบวกกับพันธมิตรตัวแทนจำหน่ายเครื่องจักรสิ้นปีน่าจะเป็น 200 ราย เหล่านี้ทำให้คุณภาพหนี้ต่ำคือมีเอ็นพีแอลที่ 3%จึงมีโอกาสทำกำไรได้ดี และเชื่อมั่นว่าสิ้นปีจะมียอดสินเชื่อตามเป้าที่ 1หมื่นล้านบาทหรือเติบโตกว่า 25% สามารถรักษาส่วนแบ่งตลาดอันดับที่ 2และผู้นำตลาดใน 2 ปีข้างหน้า"นางสาวปรวรรณกล่าว
อย่างไรก็ตาม บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาโอกาสทางธุรกิจในประเทศอื่นของภูมิภาคอาเซียน(AEC)ซึ่งได้รับการติดต่อจากลูกค้าในลาวผ่านพันธมิตรเข้ามา หลังจากบริษัทเข้าไปทดลองตลาดโดยไฟแนนซ์เครื่องจักร รถบรรทุกกับลูกค้าคนไทยที่ไปรับงานในลาวเมื่อปีก่อน โดยต้องศึกษาถึงกฎหมาย กฎระเบียบ รวมถึงกฎเกณฑ์ต่าง ๆ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศไทย และแต่ละประเทศในกลุ่ม AEC อีกด้วย
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,762 2-4 สิงหาคม พ.ศ. 2555